วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax)


การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax)


การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax)

การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคล 

(Corporate Income Tax) 

มือ 2 สภาพ 80%

ISBN : 974-7532-21-0
ผู้แต่ง : สมเดช โรจน์คุรีเสถียร
จำนวนหน้า : 1,471 หน้า
(พิมพ์ครั้งที่ 6)
ราคาปก 1,500.00 บาท 


:: รายละเอียดหนังสือ 
หนังสือ  “กลยุทธ์การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคล”  ได้จัดพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งที่  6  ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ในการรับรู้รายได้  การวางแผนภาษีรายได้ รายจ่าย การซื้อทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ทำให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุดและประหยัด ภาษีและวิธีการ ขั้นตอน กระบวนการวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ครบถ้วนถึงจะบรรลุเป้าหมายของกิจการ


มือ 2 ราคา 900.00 บาท รวมส่งพัสดุลงทะเบียนจากเชียงใหม่
ติดต่อ พงศ์ศักดิ์ 081 617 2116 หรือ 
E-mail:  neomart@gmail.com
โอนเงินผ่านธนาคาร ในนาม พงศ์ศักดิ์ และ 
EMS การโอนที่ 081 617 2116


กรุงเทพ 252 441 0442
กสิกร 103 292 7676

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

คู่มือแก้ปัญหาการเงิน มือ 2 ขาย 400 รวมส่ง

สั่งโดยทาง Email: neomart@gmail.com
ถึง พงศ์ศักดิ์
ชื่อเรื่อง : คู่มือแก้ปัญหาการเงิน 
ผู้เขียน : คุณชาย กิตติคุณาภรณ์
จำนวน : 957 หน้า
ราคา : 590.00 บาท

          เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ เฉลยความเข้าใจมากมายด้วยกรณีศึกษา ซึ่งชั่วชีวิตในธุรกิจของท่าน... หนังสือเล่มนี้สามารถให้แนวทางปฏิบัติต่อท่านอย่างเพียงพอต่อความสำเร็จ ...มันอาจมีความหมายมากกว่าการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร MBA ทางการเงิน เพื่อหวังว่าจะเก่งการเงินจากการได้ชื่อว่าเป็นมหาบัณฑิตด้วยซ้ำไป
สารบัญ
ภาคที่ 1 ภาคการวิเคราะห์โครงการและตัดสินใจลงทุน
อย่างนักเศรษฐศาสตร์ (ใครๆ ก็ทำได้)
ภาคที่ 2 ภาคการวิเคราะห์โครงการอย่างนักการเงิน
ภาคที่ 3 ภาคการเขียนแผนธุรกิจ เรื่องการวิเคราะห์โครงการและตัดสินใจลงทุน
ภาคที่ 4 ภาคการบริหารการเงิน / งบการเงิน / อัตราส่วนทางการเงิน
ภาคที่ 5 การสร้างงบการเงินตาม พ.ร.บ.การบัญชี 2543
ฯลฯ

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

ตามรอยวิถีเซียนลงทุน หุ้นห่านทองคำ




AutoGenic สัญจร เชียงใหม่

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2555 เวลา 09.00-23.00 น.

สถานที่ โรงแรมบีพี เชียงใหม่ ซิตี้ (ใกล้วัดพระสิงห์)

คุณเคยกลัวว่าตัวเองจะไม่ประสบความสำเร์จในชีวิตมั้ย?
คุณจิตนาการภาพความสำเร็จของคุณไม่ออกใช่รึเปล่า?
คุณกำลังลังเลไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสำเร็จเหมือนคนอื่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มั้ย?
คุณกำลังรู้สึกว่าคุณไม่เก่งเหมือนคนอื่น...
คุณคิดว่าการหาคนที่คิดเหมือนคุณ มีเป้าหมายใหญ่เหมือนคุณมันช่างยากเย็น...

ขจัดความรู้สึกเหล่านี้ออกไปฃะด้วย Autogenic Training

นี่คือคำตอบ...ของความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง

"สุดยอดยอดคอร์สการโปรแกรมจิตแบบที่คนสำเร็จทุกคนรู้ แต่ไม่เคยบอก"

อบรม วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2555 เวลา 09.00-23.00 น
รวมค่าอาหาร 2 มื้อ คอฟฟี่เบรก ๅ เบรก

คอร์สมูลค่ามากกว่า 5000 บาท ในราคาพิเศษที่หาไม่ได้อีกแล้ว
ในราคาเพียงท่านละ 1000 บาท เท่านั้น

ปล สำหรับเด็กตั้งแต่ 12-15 ปี ราคาพิเศษ 800 บาท/ท่าน

ด่วนจำนวนจำกัดแค่ 100 ท่านแรกเท่านั้น

โทร คุณพิมพ์สิริ 083 018 9430  คุณธนพนธ์ 090 798 3374

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิธีทำการตลาดบน Facebook (Facebook Marketing)

ในบทความครั้งก่อนๆ ผมได้พูดถึงการ ทำ Social Network Marketing อย่างไรให้ได้ผล? ไปแล้ว ซึ่งสามารถใช้ได้กับ Social Network ทุกที่ แต่สำหรับบทความนี้ ผมจะเจาะประเด็นไปที่ เฟซบุ๊ค (Facebook) แห่งเดียวเลย ซึ่งถ้าพูดถึงการทำการตลาดผ่าน Social Network แล้วล่ะก็ Facebook เป็นเว็บที่มีเครื่องมือในการทำการตลาดที่ทรงพลังมากที่สุดเลยทีเดียวครับ
แต่ก่อนที่จะทำการโปรโมท หรือนำเสนออะไรออกไปบน Facebook ขอให้ศึกษาเครื่องมือต่างๆ ที่ Facebook มีให้สำหรับใช้ทำการตลาดให้ดีก่อนนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้ว อาจจะเป็นผลเสียต่อธุรกิจของเพื่อนๆ เองได้ ซึ่งมีตัวอย่างจากหลายๆ ธุรกิจที่พยายามจะใช้ Facebook ในการหาคน ขายสินค้า หรือขยายเครือข่าย แต่ทำกันแบบผิดวิธีก็มีให้เห็นกันเต็ม Facebook ไปหมด ผมจะแยกให้เห็นวิธีที่ผิด กับวิธีที่ถูกต้องให้ดูนะครับ แล้วจะเห็นว่า มันคนละเรื่องกันเลย เรามาดูวิธีทีผิดก่อนแล้วกัน
การทำตลาดบน Facebook แบบผิดวิธี
********************************************************************************
สุดยอดสัมนาครั้งต่อไป มีนาคม 2013 สนใจโทร คุณพิมพ์สิริ 083 018 9430 

AutoGenic สัญจร เชียงใหม่

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2555 เวลา 09.00-23.00 น.

สถานที่ โรงแรมบีพี เชียงใหม่ ซิตี้ (ใกล้วัดพระสิงห์)

คุณเคยกลัวว่าตัวเองจะไม่ประสบความสำเร์จในชีวิตมั้ย?
คุณจิตนาการภาพความสำเร็จของคุณไม่ออกใช่รึเปล่า?
คุณกำลังลังเลไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสำเร็จเหมือนคนอื่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มั้ย?
คุณกำลังรู้สึกว่าคุณไม่เก่งเหมือนคนอื่น...
คุณคิดว่าการหาคนที่คิดเหมือนคุณ มีเป้าหมายใหญ่เหมือนคุณมันช่างยากเย็น...

ขจัดความรู้สึกเหล่านี้ออกไปฃะด้วย Autogenic Training

นี่คือคำตอบ...ของความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง

"สุดยอดยอดคอร์สการโปรแกรมจิตแบบที่คนสำเร็จทุกคนรู้ แต่ไม่เคยบอก"

อบรม วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2555 เวลา 09.00-23.00 น
รวมค่าอาหาร 2 มื้อ คอฟฟี่เบรก ๅ เบรก

คอร์สมูลค่ามากกว่า 5000 บาท ในราคาพิเศษที่หาไม่ได้อีกแล้ว
ในราคาเพียงท่านละ 1000 บาท เท่านั้น

ปล สำหรับเด็กตั้งแต่ 12-15 ปี ราคาพิเศษ 800 บาท/ท่าน

ด่วนจำนวนจำกัดแค่ 100 ท่านแรกเท่านั้น

โทร คุณพิมพ์สิริ 083 018 9430  คุณธนพนธ์ 090 798 3374

******************************************************************************************************************************

Wall Spam คนกลุ่มนี้จะนำข้อความโปรโมทธุรกิจ/สินค้า ไปโพสโปรโมทบนกระดานข้อความของผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของ... ลองนึกถึงคนที่คุณไม่รู้จักบังเอิญเจอกันริมถนน เดินตรงเข้ามาหาคุณ แล้วยื่นกระปุกอาหารเสริมส่งมาให้คุณ แล้วบอกว่า ซื้อสิ 250 บาทเอง สรรพคุณดีอย่างนั้นอย่างนี้ บลา บลา บลา... สิ่งแรกที่คุณทำคืออะไรครับ?... ถ้าเป็นผม ผมจะถอยออกมาห่างๆ หรือเอี้ยวตัวหลบ แล้วเดินหนีไปเลย เพราะผมไม่ไว้ใจ ไม่รู้ว่ามาดีหรือร้าย ไม่มีการทักทาย ไม่มีการแนะนำตัวว่าตัวเองเป็นใคร อยู่ๆ มาขายของโดยไม่รู้จักกัน เป็นใครก็หนีล่ะครับ วิธีทำการตลาดแบบนี้ เรียกได้ว่าไม่ฉลาดเอาซะเลย
Tag Spam คนกลุ่มนี้พอจะฉลาดขึ้นมานิดหน่อย เพราะช่วงแรกก็มีคนหลงกลไปเยอะเหมือนกัน คนกลุ่มนี้จะใช้รูปภาพสาวน่ารักๆ บ้าง รูปคนถือเงินบ้าง ถ่ายรูปคู่กับรถหรูบ้าง...ฯลฯ... อัพโหลดขึ้นไปบน Profile ของตน แล้วติด Tag ชื่อเพื่อน (เพื่อนที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้จัก เพราะแอดชื่อไปทั่ว มั่วแหลก) ให้ว่อนไปทั่ว Facebook บางคนถึงกับหารูปภาพโชว์ขาอ่อน โชว์อกอึ๋มกันเลยก็มี... เอ่อ!!... สรุปว่า ขายอะไรกันแน่ครับ? = ='

สองข้อข้างบนนี้ เป็นการทำ SPAM บน Facebook ถ้าคุณเป็นผู้ทำสิ่งเหล่านี้ ภาพสะท้อนของคุณก็จะติดลบทันที ผู้คนจะรำคาญสิ่งที่คุณทำ ไม่พอใจคุณ หรือถึงขั้นโพสด่าคุณกลับไปก็มีให้เห็นกันเยอะแยะนะครับ หรืออาจถึงขั้นนัดท้าตีท้าต่อยกันก็เป็นได้ทั้งนั้น เมื่อคุณสร้างความรำคาญ หรือความโกรธแค้นให้แก่ผู้อื่น ใครเขาอยากจะร่วมธุรกิจ หรือซื้อสินค้ากับคุณล่ะ จริงมั้ยครับ?
*** จำไว้ว่า ภาพลักษณ์ที่เสียหายไปแล้ว มันยากที่จะทำให้ดีได้เหมือนเดิม มันคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ล้มเหลว กรุณาอย่าทำนะครับ ***
และหากคุณโดนติด tag และรำคาญโฆษณาเหล่านี้ ลองดูวิธีการป้องกันง่ายๆ ได้ที่บทความ วิธีป้องกันการแท็กในรูป Facebook ของคุณเอก (EkStepZa) ที่ได้อธิบายไว้อย่างดีเลยล่ะครับ หรือคุณอาจจะบล็อกคนเหล่านั้นไปเลยก็ได้ครับ และแจ้ง Report กลับไปยัง Facebook ว่าภาพเหล่านั้นเป็น Spam ถ้ามีแจ้งไปเยอะๆ เดี๋ยวทาง Facebook เขาก็จะจัดการแบนให้เราเองครับ
แต่ทางป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ตรวจสอบ Profile ก่อนที่จะรับใครเป็นเพื่อนใน Facebook อย่าเห็นแก่ภาพน่ารักๆ แล้วรีับรับเป็นเพื่อน เพราะใครๆ ก็ใส่ภาพพวกนั้นกันได้ทั้งนั้น อาจจะไม่ใช่ภาพของเจ้าของ Profile นั้นก็ได้ครับ
ทีนี้เรามาดู Facebook Marketing แบบถูกวิธีกันดีกว่าครับ

Facebook มีเครื่องมือให้เราเลือกใช้อยู่ 3 ส่วน หลักๆ คือ
Profile เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีระบบตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้สูงมาก
Group กลุ่ม คือการรวมตัวของกลุ่มบุคคลที่สนใจในเรื่องเดียวกัน หรือร่วมงานกัน
Page คือการสร้างหน้าโปรโมทแบรนด์สินค้า หรือโปรโมทธุรกิจ ที่คุณกำลังทำอยู่ สามารถมองเห็นได้ แม้ไม่ได้ Login (มีความเป็นสาธารณะสูง) กด Like เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวใน Page นั้นๆ (Fan Page)
ทั้ง 3 ส่วนนี้ ดูผิวเผินหน้าตาจะคล้ายๆ กัน จนดูแทบไม่ออก แต่ฟังก์ชั่นการทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน


Profile

เมื่อคุณสมัคร Facebook ครั้งแรก คุณจะได้โปรไฟล์ส่วนบุคคล (Profile) เป็นชื่อของคุณเอง ส่วนนี้ไม่ใช่ที่สำหรับทำธุรกิจ คุณสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ในระดับที่ลึกมากขนาดว่า ถ้าไม่ใช่เพื่อน จะไม่มีสิทธิ์เห็นข้อมูลของคุณ หรือแม้แต่เพื่อนบางคนก็ยังไม่สามารถมองเห็น หรือโพสกระดานข้อความของคุณได้เลยด้วยซ้ำหากคุณไม่อนุญาต ถ้าคุณจะเข้าไปดู Profile ของใครสักคน คุณต้อง Login Facebook ก่อน และบางทีเขาอาจจะต้องรับ Add Friend จากคุณก่อนด้วยซ้ำครับ คุณจึงจะเห็น Profile ของเขา ขึ้นอยู่กับการอนุญาตของเขาครับ
หากจะนำมาใช้โปรโมทธุรกิจ ก็จะมีข้อจำกัดอยู่มากมาย เพราะมันไม่ใช่เครื่องมือทำธุรกิจครับ เช่น ไม่มีกราฟแสดงสถิติต่างๆ การส่ง Message หาเพื่อนๆ ก็ส่งได้ไม่เกินครั้งละ 20 คน หรือจะติด Tag ชื่อเพื่อนๆ ในรูป ก็ได้ไม่เกิน 50 ชื่อต่อ 1 รูป และในแต่ละ Profile คุณสามารถมีเพื่อนได้แค่ไม่เกิน 5,000 คนครับ (นี่คือสิ่งที่หลายคนไม่รู้) ซึ่งมันไม่เหมาะในการทำธุรกิจเอาซะเลย... สิ่งเหล่านี้เขามีไว้ให้สำหรับการใช้งานแบบบุคคลปกติครับ
แต่คนไม่ปกติบางคน ก็ใช้วิธีสมัครหลายๆ Profile ครับ แล้วก็นำ Profile เหล่านี้ไปติด tag ชื่อเพื่อนกันเป็นร้อยเป็นพัน โดยการอัพโหลดรูปเดียวกันซ้ำๆ แล้วติด tag รูปละ 50 ชื่อ... ถ้าติด 20 รูป ก็ได้แล้ว 1,000 ชื่อ... แน่นอนครับ คนเห็นเยอะจริง... แต่คนเกลียดคุณก็เยอะขึ้นด้วยไงล่ะ รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าทำนะครับ หันมาใช้ของให้ถูกประเภทกันดีกว่า
Profile มีไว้ให้คุณสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนของคุณ จะเอาไว้เล่นเกมส์ก็ได้ และบ่อยครั้งที่ผมรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ผ่านเกมส์บน Facebook และใน Proflie จะสามารถติดตั้ง Application ต่างๆ ได้มากมายนับไม่ถ้วนกันเลย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์สุดฮิตอย่าง FarmVille, Cafe' World, Restaurant City, CityVille, Mafia Wars, FishVille, ฯลฯ... หรือแบบทดสอบ (Quiz) กวนๆ เพื่อสร้างสีสัน เป็นกิจกรรมสร้างความสนุกสนานบน Facebook ให้เราและเพื่อนๆ ได้มีกิจกรรมในสังคมออนไลน์ร่วมกันนั่นเอง เราสามารถใช้ Application ต่างๆ เหล่านี้ในการเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ๆ ได้อย่างดีเลย และยังมี Application ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ หรือเว็บไซต์ต่างๆ อีกมากมาย ลองไปใช้งานกันดูนะครับ


Group

หากคุณมีกลุ่มเพื่อน กลุ่มทีมงานอยู่แล้ว คุณก็สามารถสร้างเป็น Group ขึ้นมาเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารเฉพาะกลุ่มนั้นๆ การใช้งาน Group ถ้าเป็นแบบเก่า คุณสามรถส่งข้อความหาสมาชิกในกลุ่มได้ แต่ไม่เกิน 5,000 คน ถ้า Group ของคุณมีสมาชิกคนที่ 5,001 เมื่อไหร่ ฟังก์ชั่นส่งข้อความหาสมาชิกในกลุ่ม จะหายไปทันที
แต่ถ้าเป็น Group แบบใหม่ (เริ่มตั้งแต่ ตุลาคม 2010) จะไม่มีฟังก์ชั่นส่งข้อความหาสมาชิกใน Group แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ มีฟังก์ชั่นแชทกันเป็นกลุ่ม เมื่อมีสมาชิกเข้ามาโพสบนกระดานข้อความของกลุ่ม ระบบจะแจ้งไปยังอีเมล์ของทุกคนในกลุ่มให้รับทราบด้วยครับ
Group อาจจะใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ในทีมงาน หรือเพื่อการนัดสังสรร หรือจัดอบรมให้ความรู้กับทีม หรือให้ข้อมูลอัพเดทบางสิ่งบางอย่างเฉพาะกล่ม คุณยังสามารถตั้งค่าเป็นกลุ่มเปิด หรือกล่มปิดก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมครับ
และใน 1 Profile คุณสามารถสร้างได้หลาย Group ครับ


Page

ถ้าเพื่อนๆ ต้องการจะโปรโมท แบรนด์/ธุรกิจ/สินค้า ออกไปในวงกว้างแล้วล่ะก็ ลองใช้ส่วนที่เป็น Page ในการโปรโมทดูนะครับ เพราะ Page จะมีเครื่องมือในการทำ Marketing อยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น
ใครที่มากด Like ใน Page ของคุณ เราก็เรียกว่าเป็น Fan Page ของคุณ โดยที่คุณสามารถมี Fan Page ได้ไม่จำกัดจำนวน และคุณยังสามารถส่งข้อความอัพเดท สินค้า/บริการ/ข่าวสาร ให้กับ Fan Page ของคุณพร้อมๆ กันได้อีกด้วย
สามารถลงโฆษณา Pay-Per-Click (PPC) ใน Facebook เพื่อให้ผู้คนรู้จัก Page ของคุณ เพื่อเพิ่มปริมาณ Fan Page ได้
Facebook Page สามารถติด Search Engine ได้ ผู้คนสามารถมองเห็นหน้า Page ของคุณได้โดยไม่ต้อง Login เข้า Facebook ซึ่งเหมาะที่จะใช้ในการโปรโมทในวงกว้างสู่สาธารณะ
มีกราฟแสดงสถิติต่างๆ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ และปรับปรุงการตลาดของคุณให้ดีขึ้น

และแน่นอนว่า ใน 1 Profile คุณสามารถสร้างได้หลาย Page ครับ
ผมอยากจะขอร้องเพื่อนๆ ที่กำลังทำ หรือคิดจะทำ การตลาดบน Facebook ว่า กรุณาอย่าทำแบบผิดวิธีครับ เพราะนอกจากมันจะไม่ได้ผลแล้ว อาจกระทบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคุณเองเลยก็ได้ครับ เพราะคุณอาจสร้างศัตรูขึ้นมามากมาย แล้วคุณจะอยู่แบบเป็นสุขได้อย่างนั้นหรือ? การทำ Marketing แล้วผู้คนรำคาญ ไม่พอใจ จะเรียกว่าเป็น Marketing ได้อย่างไร ฉะนั้นการทำ Facebook Marketing คุณควรใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน ถ้าคุณใช้ของผิดประเภท ก็จะส่งผลเสียกับธุรกิจของคุณเอง ซึ่งไม่มีใครช่วยคุณได้นะครับ
สุดท้ายนี้ ต้องกล่าวสวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ ทุกคนนะครับ... ปีใหม่ ความคิดใหม่ พฤติกรรมใหม่ ผลลัพธ์ใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้น แล้วพบกันใหม่ ในบทความหน้านะครับ ^_^
Article by: Nattaphon
www.nattaphon.com

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

“ธุรกิจไทยก้าวไกลระดับโลกด้วยพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์”

ก้าวสู่ตลาดโลกผ่าน e-Commerce ไม่ใช่เรื่องยาก

ประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการ ฟรี 100 ท่านแรก เท่านั้น!!

ขอเชิญร่วมสัมมนาภายใต้กิจกรรม E-Commerce Clinic for SMEs ภูมิภาค
ในหัวข้อ “ธุรกิจไทยก้าวไกลระดับโลกด้วยพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์”
เวลา : วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2553 เวลา 9:00-16:00 น.
สถานที่: มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาผู้ประกอบการพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์ และส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยการส่งเสริมการสร้างกลไกที่ก่อให้เกิดตวามรู้ความเข้าใจในการทำพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนสามารถประยุกต์ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการพัฒนาขีดความสามารถในการทำการค้าในตลาดสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้จัดกิจกรรม E-Commerce Clinic for SMEs ในภูมิภาคในปี 2553 โดยมีศูนย์ดำเนินการที่จังหวัดเพชรบุรี และในครั้งนี้ทางกรมฯจึงได้สัมมนาในหัวข้อ “ธุรกิจไทยก้าวไกลระดับโลกด้วยพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์” ในวันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2553 เวลา 9:00-16:00 น. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี

ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเห็นว่าการสัมมนาในครั้งนี้เป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนาดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และกรุณากรอกเอกสารยืนยันการเข้าร่วมสัมมนา(แนบเอกสารยืนยันทางอีเมล์) พร้อมส่งกลับมาที่ โทรสาร 02-9649110 หรืออีเมล์ e-commerce@dbd.go.th
ภายในวัน พฤหัสบดี ที่ 9 ธันวาคม 2553

download เอกสารยืนยันการเข้าร่วมสัมมนาที่นี่ (ไฟล์ MS Word)

กำหนดการสัมมนา

09.00 น. – 10.00 น. ลงทะเบียน แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน
10.00 น. – 10.15 น. พิธีกรกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน
10.15 น. – 10.30 น. แถลงข่าวภาพรวม ที่มา และวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับของกิจกรรม E-Commerce Clinic for SMEs ภูมิภาค
โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
10.30 น. – 10.40 น. พิธีเปิดกิจกรรมฯ
10.40 น. – 12.00 น. บรรยาย หัวข้อ “เทคนิคการทำอย่างไรให้ขึ้นหน้าหนึ่ง Search Engine” โดย
คุณสืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ Executive online marketing บริษัท หรอยอินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการดันเว็บไซต์ขึ้นหน้าแรกของ Google
12.00 น. – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. – 14.30 น. เสวนาร่วม หัวข้อ “ธุรกิจไทยก้าวไกลระดับโลกด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” โดย
- คุณบุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แกรนแพลนเน็ทเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ ReadyPlanet.com เว็บไซต์สำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และบุกตลาดโลกมาแล้ว
- คุณภูวดล กาฬะคะชา เจ้าของเว็บไซต์ www.audiocity2u.com ผู้ประกอบการ e-Commerce ที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลก
- ดร.วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ และการค้าในตลาดโลกผ่าน e-Commerce
ดำเนินการเสวนาโดย คุณธีรเทพ สอสกุล เจ้าของเว็บไซต์ Siamnaliga.com ชุมชนนาฬิกาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
14.30 น. – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 น. – 15.30 น. เสวนาร่วม หัวข้อ “ธุรกิจไทยก้าวไกลระดับโลกด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”(ต่อ)
15.30 น. – 15.45 น. เปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาซักถาม
15.45 น. – 16.00 น. เปิดให้สื่อมวลชนซักถาม พิธีกรกล่าวสรุปงาน และถ่ายภาพร่วมกัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณชวนันท์ สันตินานาเลิศ
โทรศัพท์ : 086-5067302
โทรสาร : 02-9649110
อีเมล์ : chawanun@hroyy.com

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ได้รับสิทธิ์ในการสำรองที่นั่งหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการการตลาดออนไลน์ (e-marketing workshop) อบรม 3 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

ทวิภาค สมชาย

"ผม เป็นคนเรียนเก่งมาก คือเรียนชั้นละ 2 ปี" คุณสมชาย เปิดประเด็นด้วยการยิงมุขเรียกเสียงหัวเราะ ก่อนเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาแบบเปิดเผยว่า ตัวเขาความจำไม่ค่อยดี ลักษณะเหมือนคนความจำสั้น เรียนได้ไม่เกิน 10 นาที เริ่มรู้สึกเบลอคล้ายมีอาการผิดปกติทางสมอง เวลาสอบไล่ทีไร มักได้ลำดับบ๊วยอยู่เสมอ หรืออาจได้รองบ๊วยบ้าง ถ้าเทอมนั้นมีคนขาดสอบ
แต่ด้วยความที่ไม่เป็นเด็กเกเร คุณครูจึงเมตตานำข้อสอบมาให้ทำถึงที่บ้าน ไม่อย่างนั้นคงไม่จบ ป.5
เมื่อค้นพบว่าการเอาดีทางเรียนหนังสือคงลำบาก จึงตัดสินใจยุติการเรียนในระบบแล้วออกมาหางานทำ...ทำงานสุจริตทุกอย่างที่ได้เงิน

"ขาย มาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ หัวอาหารสัตว์ ยาปราบศัตรูพืช ปุ๋ย ปลาร้า ยาเส้น หนังสือพิมพ์ กระทั่งน้ำอัดลม" คุณสมชาย เล่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนให้ข้อมูลน่าสนใจว่า ช่วงที่เขาทำงานอยู่กับ "เป๊ปซี่" ส่งสินค้าให้ตามร้านค้าในตัวจังหวัดอุบลราชธานีนั้น เคยได้รับรางวัลเป็นพนักงานขายดีเด่น ทำยอดขายได้มากที่สุดถึง 1,222 ลัง ต่อวัน
คู่สนทนาแทบตกเก้าอี้ เมื่อได้ยินสถิติของยอดขายดังกล่าว จึงถามไถ่ถึงเทคนิคส่วนตัว คุณสมชาย จึงบรรยายให้เห็นภาพที่ดูเหมือนง่ายว่า

"อาศัย ตื่นเช้าและกลับดึก การออกจากบ้านแต่เช้าทำให้มีโอกาสไปไกลกว่า และสามารถเพิ่มรอบการทำงานได้มากกว่าคนอื่น และต้องไม่มองว่าร้านนี้ซื้อเท่าไหร่ ผมขายให้หมด 10 ลังก็ขาย ครึ่งลังก็ขาย เวลาผ่านไปร้านไหน ต้องเข้าไปสวัสดีครับ เป๊ปซี่มาเยี่ยมครับ ทำอย่างนี้ทุกร้านต้องขายได้ทุกร้าน คนอื่นเขาอาจไปเยี่ยม 50-60 ราย ต่อวัน แต่ผมต้องเยี่ยมให้ได้ 300-400 ราย ต่อวัน"
คุณสมชายเป็นพนักงานขายดีเด่น ติดต่อกันนาน 3 ปี จึงตัดสินใจลาออก เพื่อ "ล่าฝัน" ครั้งยังเยาว์

"เป็นความฝันตั้งแต่เป็นเด็กว่าอยากเป็นเจ้าของบริษัทรถยนต์ เคยไปเกาะกระจกโชว์รูม แล้วคิดว่า จะทำอย่างไรถึงจะได้เป็น จนเข้ากรุงเทพฯ เห็นแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าเต็มไปหมด เลยวิเคราะห์เองว่ารถแท็กซี่ต้องวิ่งวันละ 24 ชั่วโมง รถจึงต้องทนทาน ถ้าได้เป็นตัวแทนของโตโยต้า คงทำงานไม่ยาก เพราะผลิตภัณฑ์เขาดี" เจ้าของเรื่องราว เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มธุรกิจในฝัน
และ ก่อนก้าวขึ้นเป็นตัวแทนจำหน่าย คุณสมชายเคยทำงานเป็นเซลส์ขายรถยนต์โตโยต้าประจำดีลเลอร์แห่งหนึ่งในจังหวัด อุบลราชธานีมาก่อน แต่กว่าจะได้เข้ามาจับงานขาย ด้วยความที่จบเพียงชั้น ป.5 เขาจึงต้องเริ่มต้นด้วยการทำหน้าที่ปัดกวาดและทำงานทุกอย่างตามแต่เถ้าแก่ บัญชาเสียก่อน

ครั้นเมื่อวันเวลาผ่านไปได้ราว 15 ปี เขาจึงมีโอกาสผงาดขึ้นเป็น "เถ้าแก่" เองบ้าง
"พอ ถึงวันที่ทำได้อย่างฝัน เลยใส่ทุกอย่างเข้าไปเต็มที่ โชว์รูมของผม มีร้านอาหาร ห้องรับรอง ร้านเสริมสวย ร้านกาแฟ คาราโอเกะ เรียกว่าครบวงจร
แต่เดิมมีพื้นที่ 22 ไร่เศษ ลงทุนไป 800 ล้านบาท และตอนนี้กำลังขยายไปอีก 60 ไร่" คุณสมชาย เล่าน้ำเสียงไม่โอ้อวด แต่ท้าทายต่อว่า

"ถ้าใครเจอโชว์รูมหรือศูนย์บริการที่ไหนดีกว่าของผม ผมให้แสนนึงเลย"
ดีเยี่ยม ไม่เป็นรอง
ที่หนึ่ง...เท่านั้น


ความมั่นใจว่าอาณาจักรของเขา "ดีเยี่ยม" ไม่เป็นรองใครนั้น คุณสมชายมีข้อมูลมายืนยัน โดยแจงให้ฟังดังตัวอย่าง
"ลูกค้า ที่มาซื้อรถที่ดีเยี่ยม จะรู้สึกเหมือนไปซื้อรถที่ห้างสยามพารากอน เพราะผมสร้างโชว์รูม ที่หรูหรา สง่างาม แค่เดินผ่านห้องน้ำ ฝาชักโครกยกขึ้นอัตโนมัติ น้ำไหลใส่มือไม่ต้องบิด ทุกอย่างอัตโนมัติหมด"

"โตโยต้าดีเยี่ยมไม่ได้ขายรถถูกกว่าตัวแทนจำหน่ายอื่น แต่ลูกค้าประทับใจในบริการ พอมาจอดรถปั๊บ เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าขณะนี้มีลูกค้าท่านนั้นท่านนี้มาออกรถใหม่ ขอให้พนักงานทุกคนที่ว่างเว้นจากการทำงานมาร่วมพิธีส่งมอบรถ ซึ่งมีพนักงานมาร่วมส่งเป็นร้อยครับ" คุณสมชาย เล่าจบประโยคนี้ มีปฏิกิริยาตื่นเต้นจากคนฟังในวันนั้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนสำทับถึงความดีเยี่ยมในแบบของเขาต่อว่า

"ลูกค้า ที่มาซื้อรถ ต้องรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของโชว์รูมมูลค่านับพันล้านบาทที่เปิด 365 วัน จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ มีคาราโอเกะ ร้านเสริมสวย ไว้คอยให้บริการฟรีหมด เขาต้องรู้สึกว่าเสียเงินซื้อรถแล้วคุ้มค่า แล้วเวลาลูกค้าเข้ามาหาโชว์รูม ไม่ต้องเดินนะครับ มีรถกอล์ฟพาเที่ยวชมแต่ละจุด เรียกว่าลูกค้าทุกคนเป็นวีไอพีเหมือนกันหมด"

สนทนา มาถึงตรงนี้มีคำถามทำไมต้องใช้คำว่า "ดีเยี่ยม" เจ้าของกิจการมูลค่าพันล้านบาท จึงอธิบายด้วยเสียงดังฟังชัดว่า เป็นความตั้งใจจริงของเขาที่ต้องการอยู่ใน "อันดับหนึ่ง" เท่านั้น ทั้งๆ ที่สมัยเรียนหนังสือเขาครองอันดับบ๊วยมาตลอด

"ตอน เปิดบริษัท มีการมอบนโยบาย ผมบอกกับลูกน้องว่า ต้องการที่หนึ่งอย่างเดียว ที่สองก็ไม่เอา ปรากฏว่าทุกคนในบริษัทออกอาการมึนงง และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะในประเทศไทยมีตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าถึง 200 กว่าแห่ง"

"แต่ ผมก็ฝ่าฟันจากอันดับ 80 กว่ามาเป็น 50 กว่า เดี๋ยวนี้ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งแล้ว หมายความว่าความพึงพอใจจากลูกค้าของผมมาเป็นอันดับหนึ่งครับ" คุณสมชาย เล่าก่อนยิ้มปลื้ม
ถาม ไถ่ถึงหลักในการบริหารคน คุณสมชายบอกเขามักพูดคุยให้คนที่เข้ามาสมัครเข้าทำงานเข้าใจว่า ชีวิตของทุกคนมีคุณค่าเหมือนกัน เมื่อเข้ามาแล้วทุกคนจะเป็นทั้งลูก ทั้งน้อง ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี แต่ทุกคนต้องตั้งใจทำงานด้วย
"ผม บอกลูกน้องเสมอว่าคนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่สามารถเลือกเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่มีความมุ่งมั่น อะไรที่คุณกลัวอย่าไปกลัว ให้เดินเข้าหามันเลย"

"มี ช่างคนหนึ่งมาปรึกษาผม บอกทำงานอยู่ 3 ปี อยากเป็นเซลส์แต่ทำไม่ได้ ผมบอกยังไม่ลอง แล้วรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้ ปรากฏเดือนแรกเขาขายได้ 22 คัน เดือนที่สองได้อีก เดือนที่สามก็ได้อีก เทคนิคที่ผมบอกเขาไปคือคุณต้องฉกฉวยโอกาส มาถึงแต่เช้า เที่ยงไม่กิน เย็นเพื่อนเลิกงานแล้ว ก็ยังไม่กลับรอจนค่ำมืด สุดท้ายช่างคนนั้นกลายเป็นท็อปเซลส์ไปเลย" คุณสมชาย เล่าให้ฟัง
ฉกฉวยทุกโอกาส
เชื่อมั่น ทำได้
บุคลิก โดดเด่นของนักธุรกิจพันล้านท่านนี้ที่มีการกล่าวขานกันมากในหมู่ผู้ใกล้ชิด นั่นคือการใส่ใจในรายละเอียด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ "คนรอบตัว" ในทุกระดับ


ยก ตัวอย่างเมื่อครั้งการก่อสร้างโชว์รูมใหญ่ที่สุดในเอเชียใกล้เสร็จ เขาถือโอกาสเชิญช่างอิฐ-หิน-ปูน-ทราย รวมถึงผู้รับเหมาทุกคนมารับเลี้ยงโต๊ะจีน เพื่อแทนคำขอบคุณที่ทุกคนมาช่วยสร้างให้ฝันของเขาเป็นจริง
"ผม บอกกับช่างทุกคนว่า หากไม่มีพวกท่านโชว์รูมของผมคงไม่มีทางสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะออกใบประกาศให้พวกเขาเก็บไว้เป็นที่ระลึก หากวันไหนมีโอกาสผ่านไปมา สามารถเข้ามาเยี่ยมเยียนใช้บริการได้ทุกเวลา"
"ปรากฏช่างคนหนึ่งซาบซึ้งใจ อยากอุดหนุนผม จึงขอจองรถ 1 คัน กระทั่งจบงานเลี้ยง ผมขายรถให้กับผู้รับเหมาได้ทั้งหมด 55 คัน"
คุณสมชาย เล่าเหมือนไม่ตื่นเต้น แต่ทำเอาคู่สนทนาตกใจแทบจะพลัดตกจากเก้าอี้เป็นครั้งที่สอง
ความ ละเอียดอ่อนของคุณสมชาย ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะช่วงเวลาที่เขากำลังมีความสุขกับอาณาจักรตรงหน้า แต่เขาก็ไม่เคยละเลย ระลึกถึง "ผู้มีพระคุณ" ซึ่งมีส่วนผลักดันให้เขาก้าวมาถึงฝั่งฝันดังเช่นทุกวันนี้
"ตอน จะเปิดโชว์รูมผมส่งจดหมายไปยังผู้มีพระคุณหลายๆ ท่าน ขอให้สละเวลามาเลือกรถไปใช้ตามชอบ โดยผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่ทุกท่านไม่ขอรับ ให้เหตุผลกลับมาว่า ให้ผมเก็บเอาไว้ทำทุน"
"ช่วง ปีใหม่ผมจึงนำเงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้กับพวกท่านอีก คราวนี้ทุกท่านรับไว้ แต่พอถึงเทศกาลตรุษจีน พวกท่านก็นำเงินก้อนนั้นกลับมามอบให้ผมเป็นแต๊ะเอีย" คุณสมชาย เล่า
ย้อน ถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งต้องฝ่าฟันมรสุม "ต้มยำกุ้ง" เมื่อครั้งปี 2540 คุณสมชาย ย้อนความทรงจำให้ฟังว่า ช่วงเวลานั้นสถาบันการเงิน 65 แห่งต้องปิดตัวลง นักธุรกิจแทบทุกวงการ ล้วนตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขา แต่หากมัวพร่ำบ่นว่าแย่ คงหมดกำลังใจไปนานแล้ว
"ผม ไม่เคยท้อ เพราะท้อแล้วไม่มีประโยชน์ ท้อแล้วมันทำให้หมดกำลังใจ เราต้องรีบอาบน้ำ แล้วเติมกำลังใจให้ตัวเองใหม่ เพราะคนเราขาดกำลังใจไม่ได้ ปัญหาคือความสำเร็จปลอมตัวมาทดสอบเรา เหมือนข้อสอบ" คุณสมชาย บอกจริงจัง ก่อนเผยกลยุทธ์เมื่อครั้งนั้น

"ช่วง เศรษฐกิจไม่ดี หลายคนคิดว่าไม่มีโอกาสเพราะตลาดเต็ม แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น กลับกันคือ ต้องเร่งขยายงาน เพราะคู่แข่งก็คือคู่แข่งอยู่ดี จึงต้องแตกต่างทำงานให้มากกว่าคนอื่น เมื่อมีคนตกงานมาสมัครงานกันมาก เลยสามารถคัดคนได้" คุณสมชาย เล่า ก่อนฝากมุมมองไว้ด้วยว่า คนที่ประสบความสำเร็จมักฉกฉวยโอกาสจากโชคร้าย แต่คนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าจะฉกฉวยในทุกโอกาส

แม้ จะจบการศึกษาในระบบเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หากแต่ว่ามาวันนี้ กลับได้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตไม่น้อยหน้าใคร คงมีใครหลายคนตั้งคำถามถึงเคล็ดลับในการทำงาน ซึ่งคุณสมชายมักแนะนำให้คนเหล่านั้น จุด "ไม้ขีดไฟ" ก้านแรกให้กับชีวิตของตัวเองเสียก่อน และต้องมีความเชื่อมั่นว่าหากคนอื่นทำได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คนอย่างเราทำไม่ได้ จากนั้นจึงลงมือปฏิบัติทันที
"ผม มักบอกทุกคนว่าไม่มีใครชอบให้คนอื่นมาดูถูก แต่เราอย่าดูถูกตัวเอง ต้องบอกกับตัวเองว่าเราเป็นคนมีศักยภาพ พ่อแม่ยังรอความหวังจากเรา ญาติพี่น้องยังรอความหวังจากเรา"


"ถ้า เราไม่จุดไม้ขีดไฟชีวิตตอนนี้ หรือไม่ปรับปรุงตัวให้มีความแตกต่างจากคนอื่น ปีหนึ่งๆ มีคนจบปริญญาตรี 600,000 คน ที่พร้อมจะมาเป็นคู่แข่ง ฉะนั้น คุณต้องถีบตัวเอง ไม่มีใครเขาสร้างบริษัทมูลค่าร้อยล้านพันล้านบาท เพื่อรอให้คุณทำงานให้เรื่อยๆ เฉื่อยๆ หรอก"

"คน ที่รู้จักใช้เวลา คือคนที่รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะเวลามันผ่านแล้วผ่านเลย ย้อนกลับมาไม่ได้ กลับมาเถิดวันวานมีแต่เสียงเพลง ชีวิตจริงมันไม่มีหรอกครับ"